signature technique
ใต้ตาคล้ำ ร่องลึก ถุงใต้ตา ใต้ตาดูโทรม
คุณหมอจะประเมินปัญหาใต้ตาและโครงสร้างใบหน้าก่อนออกแบบการดูแลเฉพาะบุคคล ด้วยเทคนิค Natural Look เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุลและเป็นธรรมชาติ
โดย นพ.วัชรพงษ์ ประยงค์พันธุ์ (หมอแมค)
แพทย์ผู้ดูแลและออกแบบการแก้ไขปัญหาใต้ตา · เทคนิค Natural Look · ดูแลเคสใต้ตามากกว่า 5,000 เคส

Natural Look คืออะไร?
สำหรับ Natural Look คุณหมอจะประเมิน โครงสร้างรอบดวงตา ความหย่อนคล้อย ร่องลึก และความบกพร่องของโครงสร้างผิวชั้นลึก ก่อนออกแบบตำแหน่งและชั้นในการฉีดให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคน
เป้าหมายคือช่วยให้บริเวณใต้ตาที่ดู ลึก คล้ำ โทรม หรือไม่เรียบเนียน ดูสมดุลและสดใสขึ้น พร้อมปรับความต่อเนื่องระหว่างใต้ตาและช่วงแก้มให้ดูละมุน โดยยังคงเอกลักษณ์ของใบหน้าและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติครับ
เคยลองหลายอย่าง
แต่ใต้ตายัง
ดูโทรมเหมือนเดิม?

ทำไม
Natural Look
จึงต่างจากการฉีดใต้ตาทั่วไป
Natural Look

นพ.วัชรพงศ์ ประยงศ์พันธุ์
(หมอแมค)
อาจารย์แพทย์ด้านการดูแลใต้ตา · ผู้คิดค้นเทคนิค Natural Look
เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงด้านการปรับและดูแลบริเวณใต้ตา โดยเฉพาะเทคนิคการฉีดใต้ตา (Under-Eye Design) ที่เน้นผลลัพธ์ชัดเจนแต่ยังละมุนดูเป็นธรรมชาติคุณหมอแมคจบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านผิวหนังจาก King’s College London ประเทศอังกฤษจากการนำความรู้ทางการแพทย์มาผสานเข้ากับศิลปะการออกแบบใบหน้าอย่างลงตัว คุณหมอแมคจึงได้รับความไว้วางใจในฐานะแพทย์ (Trainer) ที่มีความชำนาญการและคอยแชร์เทคนิคการฉีดใต้ตาให้กับแพทย์ความงามทั่วประเทศไทย
Before & After
























วิเคราะห์เคส โดย
หมอแมค
เสียงจาก ผู้เข้ารับบริการ
ยกใต้ตา แบบละมุน
ช่วยสีผิว Eye Laser
ช่วยความโทรม Eyelight
ช่วยคุณภาพผิว Juvefull
ช่วยผิวอิ่มฟู Eye Collagen
ร่องลึก/โครงสร้าง Filler
คำถามที่หลาย
คน อยากรู้
ผลลัพธ์หลังทำใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไป ผลลัพธ์บริเวณใต้ตาจะอยู่ได้นานประมาณ 8–12 เดือน ขึ้นอยู่กับวิธีการรักษา เทคนิคของแพทย์ และการดูแลตัวเองหลังทำ ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะประเมินปัญหาใต้ตาและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละเคส
โปรแกรมใต้ตาราคาเท่าไหร่?
ราคาการดูแลใต้ตาขึ้นอยู่กับปัญหาและวิธีการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะประเมินสภาพใต้ตาและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม สำหรับโปรแกรมใต้ตา ราคาเริ่มต้นที่ 4,990 บาท
โปรแกรมใต้ตาจำกัดปริมาณหรือไม่?
ที่ Bbsc Clinic เราไม่ได้จำกัดจำนวน CC ตายตัวในโปรแกรมการรักษา เพราะเน้น “การรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment)” เป็นหลักแพทย์จะทำการประเมินสภาพใต้ตาและดีไซน์แนวการวางตำแหน่งให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับและปรับสภาพใต้ตาอย่างเหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าพร้อมทั้งมีขั้นตอน Half-Face Check ให้ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงและเปรียบเทียบผลลัพธ์ครึ่งหน้าในระหว่างการรักษา เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงก่อนดำเนินการต่อจนเสร็จสิ้น คนไข้จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาใต้ตาของแต่ละบุคคล โดย ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินเพิ่ม
ใต้ตาแต่ละเคสต้องใช้จำนวนกี่ CC ?
จำนวน CC ที่ใช้บริเวณใต้ตาจะไม่เท่ากัน โดยจะขึ้นอยู่กับ “สภาพผิวและปัญหาใต้ตา” และ “ความต้องการผลลัพธ์” ของแต่ละบุคคล แบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ ผลลัพธ์แบบธรรมชาติ (Natural Look) และ ผลลัพธ์ยกกระชับชัดเจน (Maximum Lift)
หลังฉีดใต้ตามีอาการบวมมากไหม และต้องพักฟื้นกี่วัน?
อาการบวมและระบมหลังทำจะอยู่ในระดับ ปานกลาง และค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาดังนี้
- 2 วันแรก: อาจมีอาการบวมและระบมบริเวณใต้ตา โดยเป็นช่วงที่เห็นอาการได้ชัดที่สุด
- 1 สัปดาห์: อาการบวมลดลง 80 % สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- 2 สัปดาห์: อาการบวมลดลง 95 % บริเวณใต้ตาเริ่มเข้าที่และเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้น
หลังฉีดใต้ตามีข้อห้ามหรือข้อควรระวังอย่างไรบ้าง?
เพื่อช่วยลดอาการบวม ระบม และให้บริเวณใต้ตาค่อย ๆ เข้าที่ แนะนำข้อปฏิบัติตามระยะเวลาดังนี้
- 12 ชม. แรก: หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าและการสัมผัสหรือกดบริเวณใต้ตาแรง ๆ เพื่อช่วยลดการระคายเคืองบริเวณที่ฉีด
- 3 วันแรก: หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนหรือมีเหงื่อมาก เพื่อลดอาการบวม
- 1 สัปดาห์แรก: หลีกเลี่ยงการขยี้ตา นวด หรือกดบริเวณใต้ตา รวมถึงหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดบริเวณที่ฉีด
- ประมาณ 2 สัปดาห์: หลีกเลี่ยงการนวดหน้าและหัตถการที่ใช้ความร้อนหรือพลังงานบริเวณรอบดวงตา จนกว่าจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ฉีดใต้ตาแล้วจะเกิดพังผืดหรือมีสารตกค้างใต้ผิวหรือไม่?
สารที่ใช้ในการฉีดใต้ตาในคลินิกเป็น Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติดังนี้
- สลายได้ตามธรรมชาติ: HA สามารถสลายและถูกกำจัดออกจากร่างกายตามกระบวนการทางธรรมชาติ โดยระยะเวลาการสลายขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด และแต่ละบุคคล
- ไม่ใช่พังผืด: HA ไม่ได้เปลี่ยนเป็นพังผืดโดยตัวมันเอง และเป็นสารที่มีความเข้ากันได้กับร่างกาย อย่างไรก็ตาม หลังฉีดอาจมีการสร้างคอลลาเจนหรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อตามกระบวนการซ่อมแซมของร่างกายได้
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน: ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. และฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใต้ตาก่อนทำหัตถการ
ฉีดใต้ตาอันตรายไหม และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
หัตถการฉีดใต้ตามีความปลอดภัยสูง โอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมากหากดำเนินการโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญและประสบการณ์ ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจพบได้ คือ อาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณใต้ตา ซึ่งเป็นอาการปกติชั่วคราวและจะสามารถหายไปได้เองภายใน 1 – 2 สัปดาห์
หากเพิ่งทำเครื่องยกกระชับมา สามารถฉีดใต้ตาต่อได้ทันทีหรือไม่?
โดยทั่วไป ควรเว้นระยะหลังทำเครื่องยกกระชับก่อนฉีดใต้ตา เพื่อให้ผิวและเนื้อเยื่อบริเวณที่ทำหัตถการได้มีเวลาฟื้นตัวอย่างเหมาะสม ระยะเวลาที่ควรเว้นขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่อง พลังงานที่ใช้ และบริเวณที่ทำ โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาซึ่งมีโครงสร้างที่ละเอียดอ่อน แพทย์ควรประเมินสภาพผิวและเนื้อเยื่อก่อนทุกครั้ง เพื่อกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมและวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัย
เคยฉีดใต้ตาจากที่อื่นมาแล้ว แต่ยังไม่เห็นผล สามารถฉีดเพิ่มหรือแก้ไขได้หรือไม่?
สามารถประเมินและวางแผนแก้ไขได้ แต่ไม่แนะนำให้ฉีดเพิ่มทันทีโดยไม่ทราบสาเหตุของผลลัพธ์ที่ยังไม่เป็นที่ต้องการแพทย์จะประเมินก่อนว่าเกิดจาก ปริมาณสารที่ฉีด ตำแหน่งการฉีด ชนิดของสาร หรือโครงสร้างใต้ตาเดิม เพื่อพิจารณาว่าควรเติมเพิ่ม แก้ไข หรือรอให้สารเดิมเข้าที่ก่อน หากเพิ่งฉีดมา แนะนำให้ รอให้อาการบวมและเนื้อเยื่อเข้าที่ก่อนประเมินซ้ำ โดยระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดของสารและแต่ละบุคคล การประเมินโครงสร้างใต้ตาอย่างละเอียดก่อนแก้ไข จะช่วยให้แพทย์เลือกวิธีที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงจากการเติมสารมากเกินความจำเป็น
ก่อนเข้ารับบริการฉีดใต้ตาต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
- หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมบางชนิดที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการช้ำ: เช่น แอสไพริน, ยากลุ่ม NSAIDs, น้ำมันปลา และอาหารเสริมบางประเภท ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ: แนะนำให้หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ล่วงหน้า เพื่อลดโอกาสเกิดอาการบวมและช้ำหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนหรือเลือดสูบฉีดมากก่อนทำ: เช่น การออกกำลังกายอย่างหนัก ซาวน่า หรือกิจกรรมที่มีความร้อนสูง
- แจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบล่วงหน้า: โดยเฉพาะประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมถึงประวัติการฉีดฟิลเลอร์หรือการทำหัตถการบริเวณใต้ตาและใบหน้ามาก่อน
- เข้าพบแพทย์เพื่อประเมินก่อนฉีดทุกครั้ง: เนื่องจากบริเวณใต้ตามีโครงสร้างที่ละเอียดอ่อน แพทย์ควรประเมินสภาพผิว โครงสร้างใต้ตา และความเหมาะสมของการรักษาก่อนทำหัตถการ
ทำไมจึงควรไว้วางใจเลือกฉีดใต้ตาที่ BBSC Clinic?
6 เหตุผลสำคัญที่คนไข้เลือกและเชื่อมั่นในผลลัพธ์การยกกระชับใต้ตากับเรา
- Natural Look ** เทคนิคเฉพาะของ Bbsc Clinic** : แนวทางการยกใต้ตาที่ออกแบบเพื่อดึงผิวในแนวเฉียง 45 ํ ช่วยยกใบหน้าที่หย่อนคล้อยขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ดูแลโดยแพทย์ทุกเคส: ทุกขั้นตอนดำเนินการโดย นพ.วัชรพงศ์ ประยงศ์พันธุ์ (หมอแมค) ด้วยประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 5,000 เคส และเป็นผู้สอนเทคนิคการฉีดใต้ตาให้แพทย์ทั่วประเทศ
- ออกแบบแนวการยกเฉพาะบุคคล: วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ปัญหาความดำ คล้ำ เป็นก้อน และแนวแรงของผิวใต้ตาในแต่ละคน เพื่อวางตำแหน่งและทิศทางของจำนวน CC ให้เหมาะกับใบหน้าแต่ละเคส โดยไม่ใช้รูปแบบสำเร็จรูป
- ได้รับความไว้วางใจในระดับประเทศ: Bbsc Clinic ได้รับรางวัลยอดการใช้ฟิลเลอร์ Restylane สูงสุดอันดับ 100 ของประเทศไทย สะท้อนถึงความไว้วางใจจากคนไข้จำนวนมาก และความมั่นใจในมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายในคลินิก
- โปร่งใสและให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา: คนไข้สามารถพูดคุยและประเมินใบหน้ากับแพทย์โดยตรง ไม่มีการกดดันหรือยัดเยียดคอร์ส พร้อมแกะกล่องให้ตรวจสอบต่อหน้าก่อนทำทุกครั้ง
- มาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล: อุปกรณ์ทุกชิ้นผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระบบ Autoclave และใช้ชุดเครื่องมือปลอดเชื้อเฉพาะบุคคลแบบครั้งเดียวทิ้ง เพื่อความมั่นใจในทุกขั้นตอนการรักษา
ปรึกษา หมอแมค
โดยตรง
จันทร์-อาทิตย์
11:00: 20:00
120/2 ซอยสุขุมวิท 26
BTS พร้อมพงษ์,
Mrt ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์











