Opens in a new tab

About BBSC Clinic

Trainer &
Speaker
ด้านการฉีดใต้ตา

ประสบการณ์ฉีดใต้ตามากกว่า 5,000 เคส เป็น Speaker ด้านเทคนิคการฉีดใต้ตา และได้รับรางวัล TOP 100 Galderma Aesthetic Lives 2025 ทุกเคสประเมินโครงหน้าและออกแบบทิศทางการยกเป็นรายบุคคล โดย นพ.วัชรพงศ์ ประยงศ์พันธุ์ (หมอแมค) ว.66067

our doctor

นพ.วัชรพงศ์ ประยงศ์พันธุ์
(หมอแมค)

อาจารย์แพทย์ด้านการดูแลใต้ตา · ผู้คิดค้นเทคนิค Natural Look

เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงด้านการปรับและดูแลบริเวณใต้ตา โดยเฉพาะเทคนิคการฉีดใต้ตา (Under-Eye Design) ที่เน้นผลลัพธ์ชัดเจนแต่ยังละมุนดูเป็นธรรมชาติคุณหมอแมคจบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านผิวหนังจาก King’s College London ประเทศอังกฤษจากการนำความรู้ทางการแพทย์มาผสานเข้ากับศิลปะการออกแบบใบหน้าอย่างลงตัว คุณหมอแมคจึงได้รับความไว้วางใจในฐานะแพทย์ (Trainer) ที่มีความชำนาญการและคอยแชร์เทคนิคการฉีดใต้ตาให้กับแพทย์ความงามทั่วประเทศไทย

real results

Before & After

ผลลัพธ์เคสจริงในทุกช่วงวัย · มาตรฐานการถ่ายภาพ 3 องศาเพื่อความโปร่งใส · ภาพจริง Original ไม่ผ่านการแต่งรูปหรือฟิลเตอร์
Filter - Radio
คุณโกลว์
bio+filler
คุณกัน
คุณแพม
คุณแพรว
คุณเซฟ
คุณก้านตอง
คุณพาย

concerns

เคยลองหลายอย่าง
แต่ใต้ตายัง
ดูโทรมเหมือนเดิม?

กังวลว่าแก้ใต้ตาแล้วจะดูไม่เป็นธรรมชาติ? กลัวใต้ตาเป็นก้อน ดูบวม หรือใบหน้าดูเปลี่ยนไปจนไม่เป็นตัวเอง รวมถึงกังวลว่าทำแล้วจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

ใต้ตาลึก

ร่องใต้ตาชัด

ถุงใต้ตาและกระเปาะไขมัน

ใต้ตาหย่อนคล้อย

หางตาตก ดูเหนื่อยล้า

ใต้ตาคล้ำ ดูไม่สดใส

เคยดูแลใต้ตาด้วยวิธีอื่นแล้ว แต่ยังไม่ตอบโจทย์

มีปัญหาใต้ตา แต่ยังไม่พร้อมผ่าตัด

visit BBSC Clinic

คลินิกที่ออกแบบ เพื่อความสบายใจ

พื้นที่ที่ออกแบบอย่างเรียบง่าย อบอุ่น และเป็นส่วนตัว เพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา พร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียดของการดูแล ตั้งแต่การประเมินปัญหาใต้ตาไปจนถึงขั้นตอนการรักษา

ทุกหัตถการดำเนินการในห้องหัตถการที่ได้มาตรฐาน Sterile โดยให้ความสำคัญกับความสะอาด ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวในทุกเคส เพื่อให้คุณมั่นใจและรู้สึกสบายใจตลอดการดูแล

Address

120/2 ซอยสุขุมวิท 26

BTS

BTS พร้อมพงษ์,
Mrt ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Hours

จันทร์-อาทิตย์
11:00: 20:00

why BBSC Clinic

6 เหตุผลที่เลือก
BBSC Clinic

6 เหตุผลที่คนไข้ไว้วางใจ BBSC Clinic ในการดูแลและแก้ไขปัญหาใต้ตา

First & Only Technique

Natural Look Technique เทคนิคการดูแลใต้ตาที่ออกแบบโดยเน้นความเป็นธรรมชาติ ให้ใต้ตาดูสดใสและเรียบเนียนขึ้น โดยยังคงความกลมกลืนกับโครงสร้างใบหน้า

Expertise by Trainer

ดูแลโดย หมอแมค แพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลและออกแบบบริเวณใต้ตา พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคด้านความงามให้แก่แพทย์

Personalized Design

วิเคราะห์ปัญหาใต้ตาและโครงสร้างรอบดวงตาเป็นรายบุคคล เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลให้เหมาะกับแต่ละใบหน้า ไม่ใช้รูปแบบเดียวกับทุกคน

Natural & Refined Results

มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ดู สดใส ละมุน และเป็นธรรมชาติ ลดความเหนื่อยล้าของใบหน้า โดยไม่เน้นการเปลี่ยนแปลงที่มากจนเกินไป

Honest & Transparent

ให้คำแนะนำตามปัญหาและความเหมาะสมของแต่ละบุคคลอย่างตรงไปตรงมา ไม่เน้นการขายหัตถการที่ไม่จำเป็น พร้อมอธิบายรายละเอียดก่อนตัดสินใจ

Hospital-Grade Sterile Technique

ใส่ใจมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ห้องหัตถการได้รับการดูแลตามมาตรฐาน พร้อมใช้อุปกรณ์และ Sterile Kit ใหม่ในทุกเคส

real reviews

รีวิวจาก คนไข้จริง

เสียงจากคนไข้ที่เข้ารับบริการ
ข้อความ video
ชื่อลูกค้า
ข้อความ video
ชื่อลูกค้า
ข้อความ video
ชื่อลูกค้า
ข้อความ video
ชื่อลูกค้า
ข้อความ video
ชื่อลูกค้า
ข้อความ video
ชื่อลูกค้า
ข้อความ video
ชื่อลูกค้า
ดูคลิปรีวิวทั้งหมด →

verified reviews

บริการ ของเรา

ครบทุกบริการด้านความงามที่ BBSC Clinic ดูแลคุณอย่างครบวงจร ตั้งแต่ การฉีดใต้ตา ฟิลเลอร์ งานเครื่อง BM-MSC ไปจนถึง Longevity เพื่อเสริมความมั่นใจและดูแลคุณในทุกมิติ

our services

บริการของเรา

ครบทุกบริการด้านความงามที่ BBSC Clinic ดูแลคุณอย่างครบวงจร ตั้งแต่การฉีดใต้ตา ฟิลเลอร์ งานเครื่อง BM-MSC ไปจนถึง Longevity เพื่อเสริมความมั่นใจและดูแลคุณในทุกมิติ
LONGEVITY
THREAD-LIFT
BOTOX
FILLER
ONDA-PRO
BM-MSC

bbsc blog

บทความ สาระน่ารู้

รวมความรู้และมุมมองทางการแพทย์จาก BBSC Clinic เพื่อให้คุณเข้าใจทุกเรื่องความงามอย่างรอบด้าน และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
Longevity

Longevity ไม่ใช่แค่อายุที่ยืนขึ้น แต่คือการมีสุขภาพดีให้นานขึ้น

Longevity ไม่ใช่แค่เรื่องของอายุที่ยืนขึ้น แต่คือการเข้าใจสุขภาพของตัวเองในระดับที่ลึกที่สุด—ก่อนที่ความเสื่อมจะเริ่มต้น  Longevity คืออะไร และทำไมคนยุคใหม่จึงให้ความสำคัญ? Longevity คือแนวคิดการดูแลสุขภาพเพื่อให้มีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่ไปกับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่อายุยืน แต่ต้องมีร่างกายแข็งแรง สมองปลอดโปร่ง และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มศักยภาพปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญกับ Longevity มากขึ้น เพราะโรคเรื้อรังและความเสื่อมของร่างกายมักเริ่มต้นก่อนแสดงอาการ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การตรวจสุขภาพเชิงลึก และการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต จึงช่วยลดความเสี่ยงของโรค ชะลอวัย และเพิ่มช่วงเวลาของการมีสุขภาพดี (Healthspan) ให้ยาวนานขึ้น ทำไมคนอายุเท่ากัน แต่สุขภาพกลับแตกต่างกัน? แม้จะเกิดปีเดียวกัน แต่สุขภาพของแต่ละคนอาจแตกต่างกันอย่างมาก บางคนอายุ 60 ปี ยังออกกำลังกายได้ดี มีความจำเป็นเลิศ และไม่มีโรคประจำตัว ขณะที่บางคนอายุเพียง 40 ปี กลับมีโรคเรื้อรังหลายอย่าง สาเหตุเกิดจากปัจจัยหลายด้าน เช่น พันธุกรรม อาหาร การนอนหลับ ความเครียด การออกกำลังกาย รวมถึงมลภาวะและสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการเสื่อมของเซลล์และระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้แต่ละคนมี "อายุทางชีวภาพ" ที่แตกต่างกัน การตรวจสุขภาพเชิงลึกช่วยวางแผน Longevity ได้อย่างไร? การตรวจสุขภาพทั่วไปสามารถค้นหาโรคที่เริ่มแสดงอาการแล้ว…
May 18, 2026
Esthetic

Botox กับการทำงานที่ตรงจุด : เหตุใดริ้วรอยจึงดูดีขึ้นหลังฉีด

บทความเบื้องต้นเกี่ยวกับกลไกการทำงานของ Botox ที่ช่วยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อในบริเวณที่เป็นสาเหตุของริ้วรอยและใบหน้าที่ดูตึงเครียด โดย Botox จะออกฤทธิ์เฉพาะจุดที่แพทย์ฉีดเข้าไป ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดการเกิดรอยพับของผิวหนัง และช่วยให้ใบหน้าดูเรียบเนียน อ่อนเยาว์ และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น โบท็อกกรามช่วยให้หน้าเรียวได้อย่างไร? โบท็อกกราม (Botox Masseter) ทำงานโดยการลดการทำงานของกล้ามเนื้อกรามที่ใช้ในการบดเคี้ยว เมื่อกล้ามเนื้อถูกคลายตัวและใช้งานน้อยลง จะค่อย ๆ มีขนาดเล็กลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้บริเวณกรามที่ดูแข็งหรือกว้างค่อย ๆ นุ่มและเรียวขึ้น กรอบหน้าจึงดูชัดและสมดุลมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เห็นการเปลี่ยนแบบฉับพลัน  ใช้กี่ยูนิตถึงจะเห็นผล? ปริมาณยูนิตของโบท็อกกรามไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับขนาดของกล้ามเนื้อกรามของแต่ละคนเป็นหลัก โดยทั่วไปมักอยู่ประมาณ 20–50 ยูนิตต่อข้าง สำหรับคนที่มีกรามไม่ใหญ่มาก และอาจสูงกว่านั้นในบางเคสที่กล้ามเนื้อหนาเป็นพิเศษ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินจากการคลำกล้ามเนื้อและการขยับกราม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม หน้าเรียวอย่างเป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงจากการใช้ปริมาณมากเกินไป  หลังฉีดกี่วันถึงเริ่มเห็นผล? หลังฉีดโบท็อก กรามจะยังไม่เปลี่ยนทันที เพราะตัวยาต้องใช้เวลาในการออกฤทธิ์ โดยทั่วไปจะเริ่มรู้สึกว่ากรามตึงและใช้งานได้น้อยลงในช่วงประมาณ 3–7 วันแรก จากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดการทำงาน และเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าชัดขึ้นที่ประมาณ 2 สัปดาห์ และจะเห็นผลเต็มที่ในช่วง 4–6…
May 18, 2026
Esthetic

โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane คืออะไร? ดีไหม? ครบทุกคำตอบก่อนตัดสินใจ

โปรแกรมฟิลเลอร์เป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยปรับรูปหน้าและฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมและถูกใช้ทั่วโลกคือโปรแกรม Restylane ซึ่งเป็นฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) ที่มีความปลอดภัยสูงและให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจแบบละเอียดทุกคำถามสำคัญเกี่ยวกับโปรแกรม Restylane Restylane คืออะไร?  Restylane คือฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย มีหน้าที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิว เมื่ออายุมากขึ้นปริมาณ HA จะลดลง ทำให้เกิดปัญหาใบหน้าดูโทรม มีร่องลึก เช่น ใต้ตาลึก ร่องแก้มชัด และผิวขาดความสดใส การฉีด Restylane จึงช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป ทำให้ใบหน้าดูอิ่มฟู สดใส และอ่อนเยาว์ขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด Restylane ดีไหม? แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?  Restylane เป็นฟิลเลอร์ระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และถูกมองว่ามีความโดดเด่นในเรื่อง “ความเป็นธรรมชาติและความปลอดภัย” เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ทั่วไป จุดสำคัญคือโปรแกรม Restylane ใช้สาร Hyaluronic Acid (HA) ที่มีอยู่แล้วในร่างกาย จึงเข้ากับผิวได้ดี และช่วยเติมเต็มร่องลึกหรือเพิ่มวอลลุ่มของใบหน้าได้อย่างกลมกลืน ความแตกต่างที่ชัดเจนของ Restylane คือมีเนื้อเจลหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามลักษณะปัญหาในแต่ละจุดบนใบหน้า เช่น…
May 18, 2026
อ่านบทความทั้งหมด →

questions

คำถามที่หลาย
คน อยากรู้

ทุกข้อสงสัยเรื่องความงาม เราพร้อมให้คำตอบ หากยังไม่พบคำตอบที่ต้องการ ทัก LINE หาเราได้เลย
ทักไลน์เลย →

โดยทั่วไป ผลลัพธ์บริเวณใต้ตาจะอยู่ได้นานประมาณ 8–12 เดือน ขึ้นอยู่กับวิธีการรักษา เทคนิคของแพทย์ และการดูแลตัวเองหลังทำ ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะประเมินปัญหาใต้ตาและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละเคส

ราคาการดูแลใต้ตาขึ้นอยู่กับปัญหาและวิธีการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะประเมินสภาพใต้ตาและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม สำหรับโปรแกรมใต้ตา ราคาเริ่มต้นที่ 4,990 บาท

ที่ Bbsc Clinic เราไม่ได้จำกัดจำนวน CC ตายตัวในโปรแกรมการรักษา เพราะเน้น “การรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment)” เป็นหลักแพทย์จะทำการประเมินสภาพใต้ตาและดีไซน์แนวการวางตำแหน่งให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับและปรับสภาพใต้ตาอย่างเหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าพร้อมทั้งมีขั้นตอน Half-Face Check ให้ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงและเปรียบเทียบผลลัพธ์ครึ่งหน้าในระหว่างการรักษา เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงก่อนดำเนินการต่อจนเสร็จสิ้น คนไข้จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาใต้ตาของแต่ละบุคคล โดย ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินเพิ่ม

จำนวน CC ที่ใช้บริเวณใต้ตาจะไม่เท่ากัน โดยจะขึ้นอยู่กับ “สภาพผิวและปัญหาใต้ตา” และ “ความต้องการผลลัพธ์” ของแต่ละบุคคล แบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ ผลลัพธ์แบบธรรมชาติ (Natural Look) และ ผลลัพธ์ยกกระชับชัดเจน (Maximum Lift)

อาการบวมและระบมหลังทำจะอยู่ในระดับ ปานกลาง และค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาดังนี้

  • 2 วันแรก: อาจมีอาการบวมและระบมบริเวณใต้ตา โดยเป็นช่วงที่เห็นอาการได้ชัดที่สุด
  • 1 สัปดาห์: อาการบวมลดลง 80 % สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • 2 สัปดาห์: อาการบวมลดลง 95 %  บริเวณใต้ตาเริ่มเข้าที่และเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้น

เพื่อช่วยลดอาการบวม ระบม และให้บริเวณใต้ตาค่อย ๆ เข้าที่ แนะนำข้อปฏิบัติตามระยะเวลาดังนี้

  • 12 ชม. แรก: หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าและการสัมผัสหรือกดบริเวณใต้ตาแรง ๆ เพื่อช่วยลดการระคายเคืองบริเวณที่ฉีด
  • 3 วันแรก: หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนหรือมีเหงื่อมาก เพื่อลดอาการบวม
  • 1 สัปดาห์แรก: หลีกเลี่ยงการขยี้ตา นวด หรือกดบริเวณใต้ตา รวมถึงหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดบริเวณที่ฉีด
  • ประมาณ 2 สัปดาห์: หลีกเลี่ยงการนวดหน้าและหัตถการที่ใช้ความร้อนหรือพลังงานบริเวณรอบดวงตา จนกว่าจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์

สารที่ใช้ในการฉีดใต้ตาในคลินิกเป็น Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติดังนี้

  • สลายได้ตามธรรมชาติ: HA สามารถสลายและถูกกำจัดออกจากร่างกายตามกระบวนการทางธรรมชาติ โดยระยะเวลาการสลายขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด และแต่ละบุคคล
  • ไม่ใช่พังผืด: HA ไม่ได้เปลี่ยนเป็นพังผืดโดยตัวมันเอง และเป็นสารที่มีความเข้ากันได้กับร่างกาย อย่างไรก็ตาม หลังฉีดอาจมีการสร้างคอลลาเจนหรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อตามกระบวนการซ่อมแซมของร่างกายได้
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน: ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. และฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใต้ตาก่อนทำหัตถการ

หัตถการฉีดใต้ตามีความปลอดภัยสูง โอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมากหากดำเนินการโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญและประสบการณ์ ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจพบได้ คือ อาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณใต้ตา ซึ่งเป็นอาการปกติชั่วคราวและจะสามารถหายไปได้เองภายใน 1 – 2 สัปดาห์

โดยทั่วไป ควรเว้นระยะหลังทำเครื่องยกกระชับก่อนฉีดใต้ตา เพื่อให้ผิวและเนื้อเยื่อบริเวณที่ทำหัตถการได้มีเวลาฟื้นตัวอย่างเหมาะสม ระยะเวลาที่ควรเว้นขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่อง พลังงานที่ใช้ และบริเวณที่ทำ โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาซึ่งมีโครงสร้างที่ละเอียดอ่อน แพทย์ควรประเมินสภาพผิวและเนื้อเยื่อก่อนทุกครั้ง เพื่อกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมและวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัย

สามารถประเมินและวางแผนแก้ไขได้ แต่ไม่แนะนำให้ฉีดเพิ่มทันทีโดยไม่ทราบสาเหตุของผลลัพธ์ที่ยังไม่เป็นที่ต้องการแพทย์จะประเมินก่อนว่าเกิดจาก ปริมาณสารที่ฉีด ตำแหน่งการฉีด ชนิดของสาร หรือโครงสร้างใต้ตาเดิม เพื่อพิจารณาว่าควรเติมเพิ่ม แก้ไข หรือรอให้สารเดิมเข้าที่ก่อน หากเพิ่งฉีดมา แนะนำให้ รอให้อาการบวมและเนื้อเยื่อเข้าที่ก่อนประเมินซ้ำ โดยระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดของสารและแต่ละบุคคล การประเมินโครงสร้างใต้ตาอย่างละเอียดก่อนแก้ไข จะช่วยให้แพทย์เลือกวิธีที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงจากการเติมสารมากเกินความจำเป็น

  • หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมบางชนิดที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการช้ำ: เช่น แอสไพริน, ยากลุ่ม NSAIDs, น้ำมันปลา และอาหารเสริมบางประเภท ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ: แนะนำให้หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ล่วงหน้า เพื่อลดโอกาสเกิดอาการบวมและช้ำหลังฉีด
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนหรือเลือดสูบฉีดมากก่อนทำ: เช่น การออกกำลังกายอย่างหนัก ซาวน่า หรือกิจกรรมที่มีความร้อนสูง
  • แจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบล่วงหน้า: โดยเฉพาะประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมถึงประวัติการฉีดฟิลเลอร์หรือการทำหัตถการบริเวณใต้ตาและใบหน้ามาก่อน
  • เข้าพบแพทย์เพื่อประเมินก่อนฉีดทุกครั้ง: เนื่องจากบริเวณใต้ตามีโครงสร้างที่ละเอียดอ่อน แพทย์ควรประเมินสภาพผิว โครงสร้างใต้ตา และความเหมาะสมของการรักษาก่อนทำหัตถการ

6 เหตุผลสำคัญที่คนไข้เลือกและเชื่อมั่นในผลลัพธ์การยกกระชับใต้ตากับเรา

  1. Natural Look ** เทคนิคเฉพาะของ Bbsc Clinic** : แนวทางการยกใต้ตาที่ออกแบบเพื่อดึงผิวในแนวเฉียง 45  ํ  ช่วยยกใบหน้าที่หย่อนคล้อยขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ 
  2. ดูแลโดยแพทย์ทุกเคส: ทุกขั้นตอนดำเนินการโดย นพ.วัชรพงศ์ ประยงศ์พันธุ์ (หมอแมค) ด้วยประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 5,000 เคส และเป็นผู้สอนเทคนิคการฉีดใต้ตาให้แพทย์ทั่วประเทศ
  3. ออกแบบแนวการยกเฉพาะบุคคล: วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ปัญหาความดำ คล้ำ เป็นก้อน และแนวแรงของผิวใต้ตาในแต่ละคน เพื่อวางตำแหน่งและทิศทางของจำนวน CC ให้เหมาะกับใบหน้าแต่ละเคส โดยไม่ใช้รูปแบบสำเร็จรูป
  4. ได้รับความไว้วางใจในระดับประเทศ: Bbsc Clinic ได้รับรางวัลยอดการใช้ฟิลเลอร์ Restylane สูงสุดอันดับ 100 ของประเทศไทย สะท้อนถึงความไว้วางใจจากคนไข้จำนวนมาก และความมั่นใจในมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายในคลินิก
  5. โปร่งใสและให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา: คนไข้สามารถพูดคุยและประเมินใบหน้ากับแพทย์โดยตรง ไม่มีการกดดันหรือยัดเยียดคอร์ส พร้อมแกะกล่องให้ตรวจสอบต่อหน้าก่อนทำทุกครั้ง
  6. มาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล: อุปกรณ์ทุกชิ้นผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระบบ Autoclave และใช้ชุดเครื่องมือปลอดเชื้อเฉพาะบุคคลแบบครั้งเดียวทิ้ง เพื่อความมั่นใจในทุกขั้นตอนการรักษา

trusted partners

พันธมิตร ของเรา

ทุกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ที่ Bbsc Clinic เป็นแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับการรับรองจาก USFDA / อย.

BOOK YOUR VISIT

สำรองคิวนัดหมาย
เพื่อปรึกษา แพทย์โดยตรง

ติดต่อสอบถามข้อมูลและจองคิวล่วงหน้า · เพื่อเข้าพบแพทย์และรับการรักษาที่คลินิก
นัดหมายแพทย์ →